ทำความรู้จักกับ “ฉลาม” 5 สายพันธุ์

ทำความรู้จักกับ “ฉลาม” 5 สายพันธุ์ หากกล่าวถึง “ทะเล” เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงจะชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำมากมายทั้งการเล่นน้ำ ดำน้ำ ที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี จนอาจจะลืมนึกไปว่าใต้ท้องทะเลนั้นเต็มไปด้วยอันตรายที่เราอาจจะไม่คาดคิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเจ้าฉลามที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย วันนี้เราเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับปลาฉลามสายพันธุ์ต่าง ๆ โดยจะมีชนิดใดบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. Bull Shark (ปลาฉลามหัวบาตร)

ปลาฉลามหัวบาตร มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Bull shark ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcharhinus leucas ฉลามหัวบาตรเป็นปลาในวงศ์ Carcharhiniformes เป็นฉลามในกลุ่มที่เรียกกันว่า Requiem shark ที่พบเห็นได้ในน่านน้ำเขตร้อนทั่วโลก ทั้งในทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกา ทั้งนี้ ฉลามหัวบาตรยังมีชื่อไทยที่เรียกกันอีกชื่อคือ ฉลามวัว (Bull shark) ด้วยค่ะ ฉลามหัวบาตรเป็นปลาที่มีรูปร่างอ้วนป้อม ข้อหางยาว หัวมนกลม ปากกว้าง ภายในปากมีฟันแหลมคม ครีบหลังสั้น ครีบอกแหลมยาว ครีบหางตอนบนแหลมสูง ส่วนครีบหางตอนล่างเล็กสั้น

ฉลามหัวบาตรที่โตเต็มวัยจะมีขนาดตัวประมาณ 3.5 เมตร มีน้ำหนักได้ถึง 316.5 กิโลกรัม เลยทีเดียว ตามธรรมชาติของฉลามหัวบาตร จะมีถิ่นการกระจายพันธุ์ในทะเลเขตอบอุ่นทั่วโลก โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่ง ทั้งนี้ ฉลามหัวบาตรในไทยสามารถพบได้ในบริเวณอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน โดยมีรายงานว่าพบฉลามหัวบาตรที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และล่าสุดพบฉลามหัวบาตรที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

2. Megamouth shark (ฉลามเมกาเมาท์)

เป็นปลาฉลามน้ำลึกขนาดใหญ่ที่พบได้ยาก มันมีปากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อไม่นานมานี้ชาวประมงญี่ปุ่นพบมันในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้จังหวัดชิบะ มีความยาว 5 เมตร ถูกชาวประมงญี่ปุ่นจับได้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60ที่ผ่านมา ใกล้กับประภาคารซึโนะซากิในเมืองทาเทยามะ “ซาคานะคุง” ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นและเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโตเกียววิทยาศาสตร์การประมงและเทคโนโลยี ตื่นเต้นหลังจากเขาเดินทางไปดูฉลามตัวนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า หัวของฉลามตัวนี้มีทรงกลม ปากกว้าง

ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของฉลามพันธุ์นี้ จึงมั่นใจว่ามันคือฉลามเมกาเมาท์แน่นอน ทั้งนี้ มีการค้นพบฉลามเมกาเมาท์ครั้งแรกในปี 2519 นอกชายฝั่งฮาวาย แต่ปัจจุบันกลับมีข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยมาก นอกจากรู้ว่ามันกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร

3. Frilled Shark (ปลาฉลามครุย)

ปลาฉลามครุย (Frilled shark) หน้าตาอาจจะละม้ายคล้ายสัตว์ประหลาดในการ์ตูน หรือในหนังแฟนตาซี ที่เราอาจจะเห็นจากในละคร หรือภาพยนตร์  มันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Chlamydoselachus anguineus ในอยู่ในวงศ์ Chlamydoselachidae จริง ๆ เคยมีรายงานว่ามันได้สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ก็มาสร้างความฮือฮาอีกครั้งเมื่อปี 2007  เมื่อมีผู้พบเห็นว่ามันยังมีชีวิตอยู่  โดยในเดือน มกราคม ปี พ.ศ. 2007 มีการรายงานว่า ชาวประมงชาวญี่ปุ่นสามารถจับปลาได้ตัวหนึ่งในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งใกล้สวนน้ำอะวาชิมา

ในเมืองชิซุโอะกะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว รูปร่างหน้าตาของมันไม่ได้เปลี่ยนลักษณะไปเลย ตั้งแต่ในยุคดึกดำบรรพ์ช่วงยุคครีเทเชียสเมื่อประมาณ 65 ล้านปีที่แล้ว จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าปลาตัวนี้ลอยขึ้นมาเพราะร่างกายอ่อนแอ เนื่องจากความร้อนที่ขึ้นสูงของอุณหภูมิของน้ำ และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตายไป นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่าพบเจ้าปลาชนิดนี้ในหลายพื้นที่ โดนเฉพาะเขตน่านน้ำของญี่ปุ่น

4. Tiger Shark (ปลาฉลามเสือ)

ปลาฉลามเสือได้ชื่อว่าเป็นปลาที่กินไม่เลือกเหมือนเช่นปลาฉลามขาว (Carcharodon carcharias) เพราะมักเจอสิ่งที่ไม่ใช่อาหารในกระเพาะเสมอ ๆ เช่น ยางรถยนต์, กระป๋องน้ำ, เศษไม้ หรือ พลาสติก ซึ่งล้วนแต่เป็นขยะที่มนุษย์โยนทิ้งลงทะเลทั้งสิ้น ฉลามเสือ (Tiger shark) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Galeocerdo cuvier ฉลามเสือเป็นฉลามน้ำอุ่นที่อพยพเเละออกลูกเป็นตัวชนิดเดียวในวงศ์ Galeocerdo ฉลามเสือเป็นนักล่าขนาดใหญ่ที่อาจจะยาวได้ถึง 5 เมตร

ซึ่งทำให้มันเป็นหนึ่งในฉลามขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งโดยปรกติเเล้ว มันจะโตเต็มวัยเมื่อมีความยาวประมาณ 2-3เมตร ฉลามเสือนั้นสามารถพบได้ในทะเลเขตร้อนทั่วไป ซึ่งพบมากในมหาสมุทรเเปซิฟิกตอนกลาง ฉลามเสือนั้นจะอยู่ในเส้นศูนย์สูตรตลอดฤดูหนาว มักจะอยู่ในน้ำลึกที่บางทีอาจจะลึกได้ถึง 900 เมตร เเต่บางครั้ง ฉลามเสือก็สามารถพบได้ในที่ไกล ๆ เช่น มหาสมุทรเเปซิฟิกตะวันตก

5. Great White Shark (ปลาฉลามขาว)

จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง มีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ พบได้ตามเขตชายฝั่งแถบทะเลใหญ่ มีความยาวประมาณ 6 เมตร น้ำหนักประมาณ 2250 กิโลกรัม ทำให้ปลาฉลามขาวเป็นปลากินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นสัตว์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชี่ส์เดียวในสกุล Carcharodon ที่ยังคงสืบทอดเผ่าพันธุ์อยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นปลาที่ถือกำเนิดมาแล้วนานกว่า 16 ล้านปี การที่ปลาฉลามขาวจะประสบความสำเร็จในการล่าเหยื่อ ที่มีความว่องไวสูงอย่างสิงโตทะเลได้ ปลาฉลามขาวถือว่าเป็นปลาฉลามที่มีเลือดอุ่นหนึ่งในหกชนิดที่เป็นที่รู้จัก โดยปลาฉลามขาวมีระบบการเผาผลาญแต่งตากไป

จากปลาฉลามทั่วไป ที่ความร้อนจะสูญเสียไปในเหงือกและผิวหนัง แต่ปลาฉลามขาวมีการวางตัวของเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำที่มีลักษณะเฉพาะช่วยให้การถ่ายเทความร้อนระหว่างเลือดอุ่นและเลือดเย็น ทำให้แกนกลางลำตัวรักษาความร้อนไว้ได้ กอรปกับมีการวางตัวกล้ามเนื้อแดงที่อุ่นที่บริเวณกลางลำตัว โดยมีระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเป็นตัวช่วยลดการสูญเสียความร้อนผ่านผิวหนังลง ช่วยให้ปลาฉลามขาวมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส อย่างคงที่แม้ว่าสภาวะแวดล้อมจะเป็นอย่างไรก็ตาม จึงสามารถทำให้ว่ายน้ำและล่าเหยื่อในที่ ๆ ลึกหรือมีอุณหภูมิต่ำจนเย็นยะเยือกอย่างเขตอาร์กติกได้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับการ ทำความรู้จักกับ “ฉลาม” 5 สายพันธุ์ ที่เราได้นำมาให้เพื่อน ๆ รู้จักกัน หลายคนอาจจะคิดว่าทะเลบ้านเรานั้นคงไม่มีพวกปลาฉลามออกมาให้เจอง่าย ๆ หรอกใช่ไหมล่ะคะ แต่เชื่อเถอะว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเคยมีรายงานว่าปลาฉลามหัวบาตรในท้องทะเลไทยนั้น ได้กัดนักท่องเที่ยวจนต้องเย็บแผลเกือบ 20 เข็ม สำหรับใครที่ชื่นชอบการเล่นน้ำทะเลอาจจะต้องระวังตัวกันมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้ที่ : neuahaa . สนับสนุนโดย : nongmeow